การบริหารจัดการแบบ CEO
คือ การบริหารที่เน้นความรวดเร็ว ฉับไว มีประสิทธิภาพ มียุทธศาสตร์ มีข้อมูล รู้อำนาจ ความรับผิดชอบของตัวเอง และสามารถตัดสินใจได้เอง ตามหน้าที่และความรับผิดชอบ ไม่ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก ตัดสินใจภายใต้ผลประโยชน์ขององค์กร และมีทิศทาง เป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน
สรุป คือ
1. มีประสิทธิภาพ คือ มีความรวดเร็ว มีแผนงาน และมีข้อมูล
2. เข้าใจในบทบาท อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของตัวเอง
3. ตัดสินใจ ภายใต้ผลประโยชน์ขององค์กร ชมรมฯ และสังคม
4. มีอำนาจในการจัดการ เพื่อ การร่วมมือ ประสานงาน ภายใต้บทบาท และความรับผิดชอบของตัวเอง
ความหมายของ CEO
CEO ย่อมาจากคำเต็มว่า Chief Executive Officer หรือประธานผู้บริหารสูงสุดขององค์กร
การบริหารทางธุรกิจ
- รับผิดชอบในการบริหาร และตัดสินใจในองค์กร อย่างมีเอกภาพชัดเจน
นักบริหาร CEO
นโยบายของรัฐบาลในการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงหรือ Chief Executive Officer (CEO) ให้ความสำคัญกับการพิจารณาสมรรถนะและความสำเร็จในการทำงาน ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา รวมทั้งจะต้องเป็นบุคคลที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาตนเอง
สำนักงาน ก.พ. โดยศูนย์นักบริหารระดับสูงได้ศึกษาและจัดทำตัวชี้วัดสมรรถนะของนักบริหารระดับสูง ซึ่งจะเป็นส่วนประกอบในการพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง โดยได้แบ่งสมรรถนะหลักของนักบริหาร CEO เป็น 4 ด้าน ดังนี้
1. การบริหารคน
1.1 รู้จักปรับตัวและมีความยืดหยุ่น ซึ่งก็คือความสามารถในการปรับวิธีปฏิบัติงานให้เข้ากับทุกสถานการณ์ เข้าใจและรับฟังข้อคิดเห็นในมุมมองที่แตกต่างกัน
1.2 มีทักษะในการสื่อสาร นักบริหารที่ดีจะต้องรู้จักจับประเด็นจากการฟังและอ่าน รวมทั้งต้องมีทักษะในการถ่ายทอดความคิดเห็น และโน้มน้าวผู้ฟังและผู้อ่านได้อย่างชัดเจน และบรรลุผลตามวัตถุประสงค์
1.3 มีการประสานสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่เอื้อต่อการทำงานในองค์กร สร้างความเคารพความเข้าใจซึ่งกันและกัน และสร้างสัมพันธ์ที่ดีในการทำงาน
2. ความรอบรู้ในการบริหาร
2.1 นักบริหารต้องรู้จักบริหารการเปลี่ยนแปลง คือต้องเป็นผู้ริเริ่มการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร เพื่อให้องค์กรบรรลุวิสัยทัศน์
2.2 ต้องเป็นผู้มีจิตมุ่งบริการเสริมสร้างรักษาสัมพันธ์ และสนองความต้องการของผู้รับบริการอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
2.3 ให้ความสำคัญกับการวางแผนกลยุทธ์ สร้างแผนการปฏิบัติที่มีการระบุเป้าหมาย วัตถุประสงค์ กลยุทธ์และแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยพิจารณาเงื่อนไขของเวลา ทรัพยากร ความสำคัญเร่งด่วน และการคาดการณ์ถึงปัญหา และโอกาสที่เป็นไปได้ด้วย
3. การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์
3.1 นักบริหารจะต้องพร้อมรับผิดชอบและตรวจสอบได้ ทำงานตามการตัดสินใจให้บรรลุเป้าหมาย และปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้กับผู้อื่น ในขณะเดียวกันก็ต้องพร้อมรับการตรวจสอบ และพร้อมรับผิดชอบในผลการกระทำ และผลการตัดสินใจของตนเอง
3.2 ทำงานให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ คือสามารถบริหารงานให้สำเร็จตามแผนและเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพื่อให้ผลผลิตตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
3.3 ต้องสามารถบริหารทรัพยากรทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร และสอดรับกับความจำเป็นของการดำเนินการตามนโยบาย
4. การบริหารอย่างมืออาชีพ
4.1 นักบริหารจะต้องตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและดีที่สุดในแต่ละสถานการณ์ โดยพิจารณาจากข้อมูล โอกาส ปัญหา ประเมินทางเลือกและผลลัพธ์ รวมทั้งจะต้องแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วทันเหตุการณ์
4.2 ต้องคิดเชิงกลยุทธ์ด้วยการวิเคราะห์ปัญหา สถานการณ์ โดยใช้หลักเหตุผลและประสบการณ์ประกอบกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปการตัดสินใจ แนวทางปฏิบัติ และแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม รวมทั้งการทำให้เห็นศักยภาพและแนวทางใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน
4.3 ต้องมีความเป็นผู้นำกำหนดวิสัยทัศน์ขององค์กร โน้มน้าวผู้อื่นให้ยอมรับและมุ่งสู่วิสัยทัศน์ สนับสนุน พัฒนาทั้งบุคคล ทีมงานและองค์กร ทั้งในด้านทัศนคติ การปฏิบัติงานและการตัดสินใจ
นักบริหารที่มีความสามารถตามสมรรถนะทั้งหมดนี้ ราชการกำลังต้องการอย่างยิ่ง